9 ข้อเท็จจริงของ เจมส์ คาเมรอน ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

James Cameron

เจมส์ คาเมรอน คือผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ซึ่งโด่งดังเป็นที่รู้จักจากการกำกับภาพยนต์ที่ทำเงินได้มากที่สุดหลายเรื่อง เขาเป็นแฟนนิยายวิทยาศาสตร์มาตั้งแต่เด็กและเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ก็ได้มากำกับภาพยนต์แนวไซไฟหลายเรื่องเช่น คนเหล็ก , เอเลี่ยน , อวตาร เป็นต้น ฝีมือในการกำกับของเขาทำให้เขาได้รับรางวัลออสก้าหลายครั้ง โดยภาพยนต์เรื่อง “ไททานิก” ได้กลายเป็นภาพยนต์เรื่องแรกที่สามารถทำรายได้ถึง 1 พันล้านเหรียญ แถมยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสก้าถึง 14 รางวัล และทำให้ตัวเขาได้กวาดรางวัลออสก้าไปทีเดียวถึง 3 รางวัล

Oscar

กว่าจะมาเป็นผู้กำกับภาพยนต์ดัง

1.เขาตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยในปี ค.ศ.1974 ทั้งที่พึ่งจะเข้าเรียนได้เพียงแค่ปีเดียวเท่านั้น มหาวิทยาลัยไม่ได้มีไว้สำหรับทุกคนและในกรณีของเขาก็เช่นกัน ถึงแม้ว่าตัวเขาจะเกิดมาในตระกูลวิศวกรก็ตาม

2.แต่กว่าจะได้ไปทำงานเป็นผู้กำกับจริงๆเขาต้องไปทำงานหลายอย่างเลยไม่ว่าจะเป็นงานนักเขียนและงานคนขับรถบรรทุก ในปี 2013 ได้มีการวางขายหนังสือชีวประวัติของ เจมส์ คามเมรอน ชื่อว่า “James Cameron: From Truck Driver to Director”

3.จุดเริ่มต้นจริงๆมันได้เกิดขึ้นหลังจากที่เขาได้ดูภาพยนต์เรื่อง Star Wars ในปี ค.ศ.1977 มันทำให้เขาตัดสินใจลาออกจากงานคนขับรถบรรทุกแล้วไปไล่ล่าความฝันที่จะเป็นผู้กำกับภาพยนต์อย่างจริงจัง

4.หลังจากที่เขาได้อ่านหนังสือชื่อ Screenplay โดย Syd Field ทำให้เขาตัดสินใจลงทุนสร้างภาพยนต์สั้นที่มีความยาวเพียง 10 นาทีออกมา โดยเขามีความคิดเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการบูรณาการวิทยาศาสตร์และศิลปะ จึงตัดสินใจเชียนบทภาพยนต์แนวไซไฟขึ้นมา และใช้งบประมาณในการสร้างภาพยนต์เรื่องนี้ 20,000 เหรียญซึ่งภาพยนต์เรื่องนี้มันก็ทำให้เขาได้เข้าร่วมทำงานในบริษัท New World Pictures

5.ในปี ค.ศ.1984 ชีวิตของเขาได้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือหลังจากที่เขาได้มีโอกาสกำกับภาพยนต์เรื่อง คนเหล็กภาคหนึ่ง (The Terminator) ซึ่งนำแสดงโดย อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ ภาพยนต์ประสบความสำเร็จทั้งในเรื่องรายได้และคะแนนที่ได้รับจากพวกนักวิจารณ์หนัง

6.ในปี ค.ศ.1986 เขาได้มีโอกาสกำกับภาพยนต์ เอเลี่ยนภาค 2 หรือในชื่อต่างประเทศคือ (Aliens) ซึ่งตามความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนบทความ คิดว่าภาค 2 นี่สนุกที่สุดแล้ว และภาพยนต์เรื่องนี้คือภาพยนต์เรื่องแรกของเขาที่ได้รับรางวัลออสก้า

7.ต่อมาในปี ค.ศ.1997 ชีวิตการทำงานของเขาก็พุ่งทะยานขึ้นท้องฟ้าจากการกำกับภาพยนต์เรือล่ม มันก็คือเรื่อง “ไททานิก” นั่นเอง นอกจากจะทำเงินพันล้าน และได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลออสก้า 14 รางวัลแล้ว ยังสามารถกวาดรางวัลออสก้าได้สำเร็จจริงๆถึง 11 รางวัล!! และเพื่อให้ภาพยนต์มีความสมจริงเขาลงทุนดำลงไปใต้มหาสมุทรแอตแลนติกด้วยตนเองหลายครั้งเพื่อถ่ายคลิปที่ดีที่สุดเอามาตัดต่อใช้ในภาพยนต์ และฉากที่พระเอกวาดรูปนางเอกนั้นเขาเป็นคนแสดงนะ (โผล่มาแต่มือ)

8.เขาเป็นผู้กำกับหัวร้อนมากคนหนึ่งเลยทีเดียว จนนางเอกเรื่องไททานิกตัดสินใจไม่เข้าร่วมงานกับเขาอีกเลยตลอดชีวิต เจมส์ คาเมรอน ขึ้นชื่อในเรื่องอารมณ์แปรปรวนพอตัว นอกนั้นยังเป็นคนที่มีลักษณะท่าทางเผด็จการและแน่วแน่ จนกระทั่งมีคนที่ร่วมงานกับเขาบ่นถึงเรื่องนิสัยของเขาเป็นจำนวนมาก

9.เขาเป็นผู้กำกับที่เอาสิ่งที่เกิดในความฝันมาสร้างหนังดัง ต้นกำเนิดของบทภาพยนต์เรื่องคนเหล็กนั้นมีที่มาจากฝันร้ายของเขา และภาพยนต์เรื่อง อวตาร ในปี ค.ศ.2009 ก็เช่นกัน โดยชาวเผ่าตัวสีน้ำเงินนั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากความฝันของเขาที่ได้เห็นพวกมนุษย์ต่างดาวตัวสีน้ำเงินทั้งตัว

7 ข้อเท็จจริงของ “อับราฮัม ลินคอล์น” ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

Abraham Lincoln

อับราฮัม ลินคอล์น ได้เป็นนักการเมืองระดับแถวหน้าเพียงแค่ 6 ปีเท่านั้น แถมยังเป็นนักการเมืองที่อายุสั้นมากอีกด้วยเพราะว่าถูกลอบสังหารตอนอายุ 56 ปี แต่ในช่วงเวลาที่แสนสั้นเขาได้กลายเป็นทั้งประธานาธิบดีที่ทั้งคนรักและมีคนเกลียดมากที่สุดของอเมริกาในสมัยนั้น เพราะเป็นทั้งคนที่ประกาศเลิกทาสและเป็นคนที่รวมประเทศให้กลับมาเป็นหนึ่งเดียวได้สำเร็จ ในบทความนี้เราได้รวมเรื่องราวอันน่าสนใจของเขามาให้ได้อ่านกัน

1.เขาเป็นตัวอย่างของคนที่มีความอดทนสูงมาก

อับราฮัม ลินคอล์น เป็นคนที่อึดมากๆ และเผชิญกับความล้มเหลวมามากมายหลายครั้ง ถ้าหากคุณกำลังล้มเลิกความตั้งใจที่จะทำอะไรสักอยากละก็ขอให้ลองคิดถึงเรื่องของเขาทุกครั้งที่รู้สึกท้อแท้ก็แล้วกัน เพราะเขาเคยลงเลือกตั้งแพ้ถึง 8 ครั้ง ธุรกิจพัง ตกงานหลายครั้ง คู่หมั้นตายและตัวเขาป่วยเป็นโรคประสาทด้วย แต่ก็ยังต่อสู้ไม่ยอมถอยจนกระทั่งได้เป็นประธานาธิบดีคนที่ 16 ของอเมริกา แถมยังสร้างความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างให้เกิดขึ้นในประเทศอีกด้วย

2.เขาฝันเห็นว่าตัวเองตายก่อนที่จะถูกลอบสังหาร

เขาได้เห็นนิมิตว่าตัวเองจะต้องตายก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ลอบสังหารไม่นานนักแล้วเขาก็ถูกลอบสังหารจริงๆ โดยเขาได้เคยบอกกับใครสักคนว่าเขาฝันว่าได้ยินเสียงผู้คนกำลังร้องไห้อยู่ในทำเนียบขาว หลังจากที่เขาเดินเข้าไปดูในห้องที่มีเสียงคนกำลังร้องไห้และได้ถามคนคนนั้นว่าใครตายงั้นหรือ คนๆนั้นก็ตอบกลับมาว่า ท่านประธานาธิบดี!! แล้วเขาก็ได้เห็นศพตัวเองนอนอยู่ในโลงศพอีกด้วย

3.เขาเป็นแฟนตัวยงของ “วิลเลียม เชกสเปียร์” และเขาถูกนักแสดงคนโปรดฆ่าตาย

อับราฮัม ลินคอล์น ชื่นชอบ “วิลเลียม เชกสเปียร์” มากจนถึงขั้นเอาประโยคเด็ดของวิลเลียมมาใช้ในการพูดอยู่หลายครั้ง และเรื่องแปลกที่เกิดขึ้นก็คือ บุคคลที่ลอบสังหารเขากลับกลายเป็นหนึ่งในนักแสดงที่รับบทแสดงละครเวทีเรื่องที่วิลเลียมเป็นผู้แต่งอยู่เป็นประจำ แถมยังเป็นนักแสดงชายคนที่ลินคอล์นชอบมากอีกด้วย นักแสดงชายคนนั้นมีชื่อว่า “John Wilkes Booth” เป็นผู้ลอบสังหารท่านประธานาธิบดีในวันที่ 14 เมษายน ปี ค.ศ.1865

4.ที่แปลกอีกก็คือ พี่ชายของ “John Wilkes Booth” ได้ช่วยชีวิตลูกชายของลินคอล์นเอาไว้

ก่อนที่จะเกิดการลอบสังหารขึ้นไม่นานนัก นาย “Edwin Booth” พี่ชายของมือสังหาร ได้ช่วยชีวิตลูกชายของลินคอล์นไม่ให้ถูกรถไฟชน หลังจากที่มีการลอบสังหารเกิดขึ้น เมื่อ Edwin รู้ว่าน้องชายตัวเองเป็นคนร้ายเขาถึงกับช็อคไปเลย แต่เขาก็ต่อสู้กับความรู้สึกเศร้าโศกเสียใจได้เพราะอย่างน้อยตัวเขาก็ช่วยชีวิตลูกชายของลินคอล์นไว้ได้

5.ไม่มีทายาทของลินคอล์นหลงเหลืออยู่อีกแล้ว

ลินคอล์นมีภรรยาและมีลูกอีก 4 คน แต่มีอยู่เพียงคนเดียวที่มีชีวิตรอดจนเติบโตมาได้คือ “Robert Todd Lincoln” แต่ถึงอย่างนั้นพวกลูกหลานที่เกิดมาภายหลังก็ได้เสียชีวิตไปกันหมดแล้ว โดยทายาทคนสุดท้ายพึ่งเสียชีวิตไปเมื่อปี ค.ศ.1985 นี้เอง

6.เขาเป็นทนายที่ไม่ได้เรียนจบไม่ได้ประกาศนียบัตรอะไรทั้งสิ้น

และเขาก็ไม่ได้รับดีกรีอะไรทั้งนั้น เขาได้เข้าเรียนทางด้านกฏหมายอย่างเป็นทางการเพียงแค่ 18 เดือนเท่านั้น และก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ศึกษาวิชากฏหมายด้วยตนเองจากหนังสือที่ขอยืมมา แต่ก็ยังสามารถที่ใบอนุญาตในการประกอบอาชีพทนายได้อยู่

7.เขาเคยทำอาชีพมาแล้วหลายอาชีพ

รู้หรือไม่ว่า อับราฮัม ลินคอล์น  เคยเป็นนักมวยปล้ำมาก่อนแถมยังเป็นนักมวยปล้ำระดับยอดฝีมือที่แทบจะไม่เคยแพ้ใครเลยนะ ในการแข่งขันกว่า 300 ครั้งเขาได้พ่ายแพ้ให้แก่คู่ต่อสู้ไปเพียงแค่ 1 คนเท่านั้น และยังได้รับการจารึกชื่อในหอเกียรติยศในสมัยนั้นอีกด้วย

นอกจากนั้นเขายังมีใบอนุญาตประกอบอาชีพบาร์เทนเดอร์ระดับมืออาชีพ ก่อนจะมาเล่นการเมืองเขาเคยเป็นทั้ง พ่อค้า , นายไปรษณีย์ , ผู้ตรวจสอบประจำจังหวัด เป็นต้น